Wednesday, October 18, 2006

ประกวดมิสทีน 2006

"สาวสวย" รวย "ความสามารถ" พร้อมใจเข้าประกวดมิสทีน 2006

หลังจากใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมงในการคัดเลือกสาววัยทีนจาก 265 คนทั่วประเทศ ให้เหลือเพียง 45 คน กับอีกหนึ่งเวทีสร้างฝัน "มิสทีน ไทยแลนด์ 2006" เพื่อเป็นประตูให้สาวๆ ได้ก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงได้อย่างมั่นใจ

ปีนี้ดูจะสร้างความหนักใจให้คณะกรรมการแต่ละท่านพอสมควร สังเกตได้จากสาววัยทีนที่ปีนี้ตั้งใจคัดเพียง 42 คน แต่ดูเหมือนจะทะลุเป้าเข้ามามากถึง 45 คนนั่นเอง นอกจากจะมีหน้าตาสะสวยแล้ว แต่ละคนยังพกพาความสามารถเข้ามาชิงชัยกันไม่เบาเลยทีเดียว

เข้ามาในรอบสุดท้ายกันมากมายขนาดนี้ เราลองมาทำความรู้จักกับสาวตัวเต็ง ที่เราคัดสรรมาให้ลุ้นกันดีกว่า

เริ่มจากสาวชาวใต้ "เอมี่" อาเมเรีย จาคอป สาวลูกครึ่งไทย-ฮอลแลนด์ เมื่อครั้งคัดเลือกสาวมิสทีนภาคใต้ เอมี่เธอสามารถคว้าตำแหน่ง "มิสทีน ภูเก็ต 2006" มาครองได้สำเร็จ และในรอบ 45 คนนี้เธอเป็นคนแรกที่ถูกเรียกชื่อผ่านเข้ารอบเลยทีเดียว

"เอมี่" อาเมเรีย สาวน้อยวัย 18 ปี กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมปีที่ 5 โรงเรียนสตรีภูเก็ต เข้ามาประกวดด้วยการชักชวนจากเพื่อนๆ เพราะความฝันที่อยากจะเป็นนักแสดง จึงทำให้เธอคิดว่า หากไม่ประกวดปีนี้คงไม่มีโอกาสได้เข้ามาประกวดแล้ว ส่วนตัวเธออยากจะเข้ามาประกวดแต่ไม่มีความกล้าพอ เพราะนิสัยส่วนตัวเป็นคนขี้อาย เพื่อเป็นการหาประสบการณ์ใหม่ๆ ในชีวิต ทำให้เธอไม่หวังในตำแหน่งจากเวทีแห่งนี้สักเท่าไร แต่หวังว่าระหว่างการเก็บตัวจะทำให้เธอได้มิตรภาพและเพื่อนใหม่กลับมามากขึ้นกว่าเดิม สำหรับจุดเด่นของเธอนั้น เอมี่บอกว่าน่าจะอยู่ที่รอยยิ้มที่มีเสน่ห์ของเธอนั่นเอง

ส่วนลูกสาวคนสวยของ "บิ๊กแนต" ชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ รองประธานโอลิมปิกแห่งประเทศไทย อดีตที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี อย่าง "น่าน" ภักดิ์กมล ศิริวัฒน์ สาววัย 17 ปี กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนนิวอินเตอร์เนชั่นแนล สคูล ออฟ ไทยแลนด์ หรือ นิส (NIST)

เธอเข้ามาประกวดเวทีนี้ เพราะคิดว่าเป็นเวทีที่ให้เกียรติกับผู้หญิง อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้วัยรุ่นมีโอกาสเข้ามาทำกิจกรรมที่หลากหลายที่นอกเหนือจากการเรียน เที่ยว และเพื่อเป็นประสบการณ์ในชีวิตของเธอไปพร้อมๆ กันด้วย

"น่านไม่เคยประกวดที่ไหนมาก่อน สำหรับเวทีนี้น่านรู้สึกมั่นใจตัวเองพอสมควร และจะทำให้ดีที่สุด แต่น่านก็หวังที่จะได้เข้าไปในรอบสุดท้ายด้วยเหมือนกัน มงกุฎจากเวทีนี้น่านก็หวังเอาไว้นิดหน่อย เพราะการที่จะเข้ามาประกวด เราก็ต้องมีเป้าหมายเอาไว้ด้วย แต่ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นยังไงน่านก็รับได้ ถือว่าเป็นช่วงหนึ่งของชีวิตแล้วกัน" น่าน กล่าวความหวังที่มี

หลังจากก้าวเข้ามาในเวทีนี้ พร้อมกับได้เจอเพื่อนๆ หลายคน ทำให้น่านรู้สึกชื่นใจ เพราะไม่คิดว่าจะมีคนที่คิดอย่างเดียวกันกับเธอ ก้าวเข้ามาในเวทีแห่งนี้เป็นจำนวนมาก แต่เธอก็ฝากบอกเพื่อนๆ ทุกคนด้วยว่า อย่าแข่งขันกันจนลืมมิตรภาพที่ทุกคนมีให้แก่กันด้วย

สาวสวยตาคมโต "แอ้นท์" ประดับดาว คุ้มแพรวพราย ลูกสาวคนสวยของนักแสดงรุ่นใหญ่ ฤทธิ์ ลือชา ก็เป็นหนึ่งสาวที่ผ่านเข้ามาในรอบนี้ด้วยเหมือนกัน "แอ้นท์" ประดับดาว สาววัย 18 ปี กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)

การเข้ามาประกวดครั้งนี้ สร้างความประหลาดใจให้กับเพื่อนๆ ของเธอพอสมควร เพราะไม่คิดว่าเธอจะกล้าก้าวเข้ามาประชันความสามารถในเวทีนี้ แม้คุณพ่อเธอจะหวงลูกสาว แต่ก็สนับสนุนให้มาประกวดเวทีนี้ เพราะเวทีนี้เป็นเหมือนเป็นใบเบิกทางให้สาวๆ ที่อยากเข้ามาในสู่วงการบันเทิง โดยเฉพาะการร้องเพลงที่สนใจมาตั้งแต่เด็ก

ปิดท้ายกันด้วยว่าที่คุณหมออย่าง "บุ๋ม" พรรณประภา ยงค์ตระกูล สาววัย 18 ปี กำลังศึกษาอยู่ปี 1 คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เธอตัดสินใจก้าวเข้ามาสู่เวทีนี้ ด้วยความมุ่งมั่นว่าอยากจะเป็นตัวแทนของวัยรุ่นทุกคน ที่สามารถเรียนไปพร้อมๆ กับทำงานในวงการบันเทิงได้

"บุ๋มไม่อยากให้ทุกคนลืมความฝันของตัวเองที่มีมาตั้งแต่เด็ก เราสามารถเรียนไปพร้อมๆ กับทำงานได้ ขึ้นอยู่กับการวางแผนในชีวิตของเราแต่ละคน บุ๋มเข้ามาประกวดเวทีนี้ แต่ไม่ได้หวังว่าจะได้ทำงานในวงการบันเทิง เพราะมิสทีนต้องทำหน้าที่ 1 ปี ซึ่งจะทำให้บุ๋มได้เจอกับคนเยอะ แล้วการจะเป็นแพทย์ที่ดีได้ต้องเรียนรู้ที่จะสื่อสารกับผู้ป่วยแต่ละคน เราต้องรู้ว่าคนไข้ต้องการอะไร ไม่ใช่การนั่งคุยกับผู้ป่วยเฉยๆ ซึ่งการได้เจอผู้คนมากๆ จะทำให้เราเข้าใจคนหลายๆ กลุ่มด้วย บุ๋มว่าเป็นสิ่งที่ดีต่อการรักษาผู้ป่วยของบุ๋มด้วย" บุ๋มเล่าถึงเป้าหมายของการเป็นมิสทีน ไทยแลนด์ เพื่อเป็นบันไดก้าวไปสู่การเป็นสูตินรีแพทย์ในอนาคตนั่นเอง

ดีกรีความสามารถเฉือดเฉือนกันอย่างนี้ เห็นทีต้องส่งกำลังใจให้สาวที่ชอบกันเองแล้วนะคะ